Nematode Worms

Introduction. บทความนี้มีเจตนาทำขึ้นเพื่อเป็นไกด์เกี่ยวกับเรื่องโรคที่เกิดขึ้นจากหนอน nematode (อยู่ในตระกูล Panagrolaimidae, และอาจอยู่ใน Panagrolaimus sp. ด้วย).
ในขณะที่เขียนอยู่นี้ ยังไม่มีทางรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ถึงแม้ว่า จะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาต่างๆ ส่งเข้ามาให้ทางผู้เขียนได้รับทราบก็ตาม, ไม่มีเลยสักอันที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล.

---------------------------------------------------------------

เจตนาของบทความนี้ไม่ใช่เพื่อบอกให้รู้ถึงรายละเอียดของการทดลองเกี่ยวกับการดูแล และ/หรือ การใช้ยาในการรักษาโรคนี้ แต่ แค่อยากให้ผู้ที่เลี้ยงอยู่ได้รู้ถึงอาการที่เกิดขึ้นเมื่อถูกหนอนชนิด นี้เล่นงาน เพื่อที่จะป้องกันการแพร่กระจายของโรคนี้ได้ มากกว่า 15 ปี ของการสะสมแมงมุมทารันทูล่าของผม มีอยู่เยอะที่เลี้ยงแล้วประสบความสำเร็จ แต่ก็มีที่สุญเสียไปเยอะเหมือนกัน และความสูญเสียนี้ส่วนมากผมสามารถอธิบายสาเหตุได้ (หรืออย่างน้อย ก็ใช้ความรู้ที่มีอยู่เดาเอา) เช่น การลอกคราบแล้วติด, ลอกคราบก่อนเวลาอันควร, เชื้อรา, การบาดเจ็บทั่วไป, อายุขัย, ความชื้น ฯลฯ, แต่จนมาถึงเมื่อปลายปีที่แล้ว (2002) ที่ผมได้พบ โรคใหม่ที่เกิดขึ้นในแมงมุมทารันทูล่า

การตายแบบนี้ ผมจัดอยู่ในกลุ่ม “การติดเชื้อ แบคทีเรีย” แมงมุมที่เป็นจะมีอาการที่เหมือนกันคือ
- ขาจะม้วนงอเข้าไปข้างใต้เล็กน้อย
- ท้อง (ตูด) แฟบหรือหดตัว
- มีอาการกระสับกระส่าย
- มีสิ่งแปลกปลอมสีขาวเหนียวๆ อยู่บริเวณรอบๆ ปาก
ผมพยายามที่จะช่วยเจ้าตัวที่ติดเชื้อนี้อย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการที่เพิ่มความ ร้อน/ชื้น ให้มากขึ้น
และยังทำให้มั่นใจว่าพวกมันสามารถที่จะมาที่จานใส่น้ำเมื่อไรก็ตามที่ต้องการ
แต่ความพยายามทั้งหมดก็ล้มเหลว และท้ายที่สุด พวกมันก็ตาย
เมื่อเร็วๆมานี้ ผมก็เพิ่งได้เจ้า
C. huahini


ตัวเมียที่โตเต็มที่ซึ่งจับได้จากในป่า และได้
A.purpurea (Purple Pink Toe)

ที่เป็นตัวเมียอีก 2 ตัว ซึ่งทั้งหมดมีอาการของโรคนี้อยู่ หลังจากซื้อมาได้ 1 สัปดาห์ ผมก็เตรียมเอามันลงชื่อไว้ใน กลุ่ม “ติดเชื้อแบคทีเรีย” (ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับแมงมุมที่จับมาจากป่า) แล้วมันก็ตามๆ กันไป อย่างที่คิดไว้

เดือนแห่งความสงบผ่านไปได้อีกหลายเดือน แต่แล้ว แมงมุมอีกตัวของผม คราวนี้เป็นเจ้า B.emilia ตัวเมีย ที่เลี้ยงมานานแล้วมีอาการเดียวกันกับตัวอื่นๆ อีกครั้ง.


พอดีในเวลานั้น ในกลุ่มเมล์ลิสต์ของคนเลี้ยงแมลง มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการเจ็บป่วยของ แมงมุมทารันทูล่า และในเวลานั้นก็มีการพูดถึง หนอนNematode ด้วย ตัวผมเองนั้นเคยได้ยินถึงหนอน nematode มามากกว่า 1 ปี แต่ผมไม่เคยโดนผลกระทบจากเจ้าหนอนตัวนี้เลย
ภาพบางภาพเกี่ยวกับโรคนี้ได้ถูก post ไว้ให้ดู นั่นเลยทำให้ผมเริ่มที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับ เรื่องการติดเชื้อครั้งล่าสุด ของแมงมุมที่ผมจัดว่าอยู่ในเคส ”ติดเชื้อแบคทีเรีย”

ในการค้นคว้านั้น ผมได้พบว่า ส่วนด้านล่างท้องของแมงมุมนั้นมีความเปียกชื้นมากลามไล่ลงไปจนถึงบริเวณตูด และไปถึงด้านข้างของท้อง แมงมุมนั้นจะเริ่มกระสับกระส่ายมากขึ้น ตามเวลาที่ผ่านไป มักจะมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ จานใส่น้ำ และจะถักใยของมันมากขึ้นกว่าปกติ
ขาหน้าคู่เล็กแถวๆปาก (Palps) นั้นจะม้วนพับอยู่ใต้เขี้ยว และไม่สามารถที่จะเหยียดราบไปกับพื้น (ในตำแหน่งปกติปกติ) ถึงแม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่แมงมุมเดินหรือสถานที่เลี้ยงถูกรบกวน ขาเล็กๆ ทั้ง 2 ขาก็จะยังคงอยู่ในรูปร่างนั้น และมักจะมีกลิ่นออกมาจากสถานที่เลี้ยงด้วย เมื่อพลิกแมงมุมดูจะเห็น บางอย่างเหนียวๆ สีขาวๆ อยู่บริเวณรอบๆ ปาก
และผมได้ลองเอาตัวอย่างของสารสีขาวที่ว่า ออกมาจากแมงมุมโดยการใช้เข็มอันเล็กๆ และนำมาใส่ในขวดน้ำเล็กๆ ที่ใส่ Alcohol ไว้ แล้วลองเขย่าดู
แล้วเราจะสามารถมองเห็นหนอนตัวเล็กๆ เป็นพันๆ ตัวได้อย่างง่ายดาย.
ผมก็พยายามทำความสะอาดปริเวณปากของแมงมุม ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้น้ำล้าง และเอาแมงมุมไปไว้ในตู้ที่แยกออกไปเพื่อดูอาการ (ตู้ที่สะอาด และระบายอากาศได้ดี ปูพื้นด้วยกระดาษทิชชู่และมีจานน้ำเล็กๆ )

ถึงจุดนี้ ผมได้ติดต่อกับ Romain Pizzi (สัตวแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับสัตว์พวกนี้) เพื่อขอคำแนะนำจากเค้า เค้าตื่นเต้นและ ต้องการตัวอย่างจากปากของแมงมุม และยังสั่ง 1 ใน 2 ยารักษาโรค มาให้ผมลองใช้ คือยา Baytril และเค้ายังแนะนำให้แยกแมงมุมตัวนี้ออกจากตัวอื่นๆ
และให้ใช้เครื่องมีช่วยในการเคลื่อนย้ายพวก ปากคีบ ฯลฯ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไปยังตัวอื่นๆ หลายวันต่อมา ก็พบว่ามีแมงมุมอีกตัวที่มีอาการเหมือนกันกับเจ้า B.emillia คราวนี้เป็น เจ้า P.chordatus

ตัวเมียที่โตเต็มวัย ก็เลยทำตามที่เคยได้รับคำแนะนำมา ปากของแมงมุมได้รับการทำความสะอาด, สร้างบ้านให้ใหม่, และถูกจับแยกออกมาจากตัวอื่นๆ สำหรับตัวนี้ผมให้ลองยาอีกตัวนึงที่หมอแนะนำ
คือ Panacur ก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีข่าวดีให้ได้ยินบ้างล่ะ

ไม่กี่วันต่อมา แมงมุมทั้ง 2 ตัว ยังคงกระสับกระส่าย และยังคงสร้างใยแมงมุมออกมาเยอะกว่าปกติอยู่
ปากของมันนั้นถูกทำความสะอาดทุกวัน เพื่อกำจัดหนอนที่ยังหลงเหลืออยู่ และการให้ยาก็ยังให้ไปตามปกติ แต่หลังจากนั้นประมาณเกือบๆ 2 สัปดาห์ เจ้า B.emilia ก็ตายไปในที่สุด และก็ตามด้วยเจ้าP.chordatus
(จากอาการแรกเริ่มจนถึงตาย อยู่ประมาณ 10-12 วัน) แมงมุมทั้ง 2 ตัวถูกเอาแช่ไว้ในแอลกอฮอล์
แล้วถูกส่งไปให้ Romain เพื่อให้เค้า ชันสูตรเบื้องต้น และเค้าค้นพบว่า “หนอน Nematodes นั้น ติดต่อกันทางปากถึงแม้จะไม่เห็นตัวมันจากภายนอก แต่มันมักจะเจออยู่บริเวณส่วนลึกของข้อพับของขาเล็กๆ ด้านหน้า และบริเวณปาก เป็นจำนวนมหาศาล” อีกหลายสัปดาห์ต่อมา Romain นำเสนอสไลด์ผลของเค้าและได้ข้อสรุปว่า
”หนอน Nematodes นั้น ไม่ได้มีผลเพียงแค่ที่บริเวณปากเท่านั้น เค้ายังพบพวกมันในบริเวณเนื้อเยื่อส่วนลึกของด้านหน้าของลำตัวด้วย และยังพบว่ามีผลกระทบรุนแรง ที่บริเวณ Book lungs และบางที่ยังมีอาการแทรกซ้อนของการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาอีกด้วย”

ในระหว่างนั้นผมก็มีแมงมุมอีกตัวที่มีอาการเหมือนกัน(เกิดกับ B.emilia ตัวเมียเต็มวัยอีกตัว)แต่คราวนี้ ผมรู้ว่าข้อแนะนำที่ได้รับนั้นไม่ได้ผล จึงตัดสินใจที่จะล้างปากแมงมุมด้วยน้ำทุกวัน, เอารูปของอาการที่พบไป post ตาม arachnid เมล์ลิสต์ และมีหลายคนแนะนำวิธีการดูแลรักษา
(รวมถึงการใช้ กระเทียม และใช้ยาฆ่าเชื้อแบบเจือจาง) และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แมงมุมของผม ก็ตกเป็นเหยื่อของหนอนตัวนี้ ตัวแล้วตัวเล่า มีอยู่ตัวหนึ่งที่โดนรบกวนอย่างหนัก คือ เจ้า B.vagans ตัวผู้ ที่เห็นหนอนที่ตัวใหญ่มากๆ ห้อยออกมาจากปากของมัน นับจากนั้น แมงมุมที่ติดเชื้อก็จะถูกผมจับแช่แข็ง หรือไม่ก็จับแช่ แอลกอฮอล์ ในทันทีเพื่อที่จะหยุดการแพร่เชื้อสักที มีการถกเถียงกันมาก เรื่องความเป็นไปได้ที่ทำให้เกิดที่โรคนี้ขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากจิ้งหรีด, โรคติดต่อจากไร, และวัสดุรองพื้น. เป็นไปได้ที่หนอนนั้นอาจจะมากจิ้งหรีดที่มีหนอนชนิดนี้อยู่แล้วย้ายจากตัวจิ้งหรีดมายังแมงมุม โดยเข้ามาทาง Book lungs หรือทางก้น (แต่ไม่น่าใช่ทางปาก ซึ่งเป็นจุดที่น่าจะเข้าไปได้ง่ายที่สุด เพราะในปากมีระบบการกรองที่ดีมาก สามารถกรองได้แม้กระทั่งหนอนที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้ และด้วยเหตุนี้จึงสามารถอธิบายได้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ที่บริเวณ book lungs) มาถึงตัวไร ตัวไรนั้นผมเพิ่งจะเห็นว่าว่ามีในห้องแมงมุมของผมก็ตอนช่วงที่มีการติดเชื้อ และเราสามารถเดาได้ว่า ตอนนี้หนอนและไข่ของมันแพร่ไปถึงไหนแล้วโดยดูจากการที่เกิดไร ขึ้นไปๆ มาๆ ตามกล่องของแมงมุม
ผมได้กำจัดสัตว์รบกวนพวกนี้ให้หมดไปได้สำเร็จ และการให้อาหารด้วยจิ้งหรีดจึงต้องงดจนกว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกยืนยัน. แต่คนขายจิ้งหรีดที่ผมซื้อประจำนั้นยืนยันว่าจิ้งหรีดของเค้านั้นได้รับการตรวจแล้วและไม่มีหนอน Nematodes อยู่อย่างแน่นอน และจากการตรวจด้วยตัวเอง ก็ไม่มีหลักฐานว่ามีหนอนอยู่
หนอน Nematode เคยถูกพบในวัสดุรองพื้นทั่วๆไป (เคยมีการค้นคว้ามากมายที่พูดว่าเจ้า หนอน Nematode นั้นมีประโยชน์ สำหรับการเกษตรกรรม) แต่เจ้าหนอนสายพันธุ์นี้ เป็นปัญหาหลักๆ เลยสำหรับคนที่เลี้ยงแมงมุมทารันทูล่า
สำหรับตอนนี้ ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำรุนแรงกับแมงมุมของผมและตัดสินใจที่จะทำความสะอาด ที่อยู่แมงมุมของผมทั้งหมด และปูพื้นให้ใหม่ด้วย เวอร์มิคูไลท์ โดยหวังว่า มันจะป้องกันการเจือปนที่อาจจะเกิดขึ้น จัดเป็นงานชิ้นโตเหมือนกัน ใช้เวลาทั้งหมด 3 วันในการฆ่าเชื้อโรคในกล่องเลี้ยงทุกใบ, ล้างอย่างสะอาด, ทำให้แห้ง และปูรองพื้นด้วยวัสดุที่สะอาด แต่ก็ยังมีอีกอีก ตัว2ตัว ที่ยังต้องแยกดูอาการอยู่ แต่ผมมั่นใจว่ามันติดเชื้อมาเมื่อตอนที่เริ่มทำความสะอาดหรือก่อนนั้น ตอนนี้เดือน มิถุนายน ปี 2002 และหลังจากนั้นผมก็ดีใจมากที่ สามารถขจัดปัญหาเรื่อง หนอน Nematode ไปได้
(รวมทั้งหมดแล้วผมเสียแมงมุมทั้งที่โตแล้ว ไป 10 ตัว และตัวเล็กๆ ไปอีกหลายตัว )

สรุปว่า การจัดการกับปัญหาเมื่อเกิดขึ้นนั้น
-หนอน nematode นั้นแทบจะไม่เข้ามายุ่งกับแมงมุมของเราเลยถ้าเรามีการป้องกัน และการปฏิบัติที่ถูกต้อง แล้วเราจะสามารถลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากหนอนชนิดนี้ได้ โดยรวมแล้ว อาการโดยทั่วไปที่จะต้องระวังก็คือ แมงมุมจะกระ สับกระส่าย, สร้างใยออกมาเยอะผิดปกติ, จะใช้เวลาส่วนมากอยู่บริเวณรอบๆ จานใส่น้ำ, จะมีกลิ่นหวานๆ ออกมาจากตู้เลี้ยง, บริเวณใต้ลำตัว จะเปียกแฉะมากเนื่องมาจากน้ำลายของแมงมุมเอง (อย่าสับสนกับพฤติกรรมการรักษาความสะอาดทั่วๆไป) และที่สำคัญที่สุด ของเหลวๆ เหนียวๆสีขาวบริเวณปาก ที่ทำให้ ขาคู่เล็กๆด้านหน้าไปติดอยู่ใต้เขี้ยวอย่างถาวร
และในบางกรณี เขี้ยวและขาคู่หน้าของแมงมุมอาจเกิดการเป็นอัมพาตขึ้นทำให้มันไม่สามารถทำความสะอาดตัวเองและไม่สามารถกินอาหารได้. การทดสอบแบบหยาบๆ คือการเขย่าที่เลี้ยงอย่างเบาๆ
หากเป็นปรกติ แมงมุมจะยึดเกาะตัวมันด้วยขา รวมไปถึงการวางขาคู้หน้าลงบนพื้นด้วย.
แต่แมงมุมที่ติดเชื้อจะไม่สามารถทำได้ หรือคุณสามารถลองให้อาหารดูก็ได้ เจ้าแมงมุมตัวที่ติดเชื้อนั้นจะไม่สามารถเข้าโจมตีเหยื่อได้เลย ถ้าแมงมุมของคุณนั้นเข้าโจมตี ก็มีโอกาสที่จะไม่ติดเชื้อ
ให้ตรวจสอบแมงมุมที่ได้มาใหม่เสมอ โดยเฉพาะตัวที่จับมาได้ และมองดูโดยเฉพาะบริเวณด้านล่างเพื่อความปลอดภัย ตัวที่ได้มาใหม่นั้นสมควรจับแยกให้ห่างกับตัวอื่นๆ ไว้อย่างน้อย 3 เดือน (เป็นไปได้ก็ให้อยู่คนละห้อง
ไปเลย) เวลาจะแยกแมงมุมในให้ใช้เครื่องมีช่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และถ้าคุณพบว่ามีการติดเชื้อ
ขอแนะนำให้จัดการกับแมงมุมตัวที่ติดเชื้อนั้นไปให้เร็วที่สุด Romain และอีกหลายคนกำลังต้องการตัวอย่างที่สมบูรณ์ของหนอน nematode ที่มีผลกระทบต่อแมงมุม เป็นอย่างมาก ตัวอย่างนั้นควรจะใส่มาใน Formalin
(แอลกอฮอลนั้น จะทำให้ตัวอย่างเสียหายมากเกินไป) และส่งมาเพื่อศึกษาต่อไป

กุญแจสำคัญนั้นอยู่ที่การหาทางรักษาโรคเพื่อที่จะฆ่าหนอนชนิดนี้ทิ้งแต่ต้องไม่เป็นอันตรายต่อแมงมุม
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าท้ายที่สุดก็จะมีการรักษาที่ประสบความสำเร็จได้ แต่ระหว่างนั้น การที่จะรู้ทัน และ ระมัดระวัง เป็นทางแก้ที่ดีที่สุด ที่จะสู้กับ “ไอ้ตัวประหลาดไม่มีขา” พวกนี้

Credits - www.giantspiders.com
Translate - bluedevils

 
        siamtarantulas.com Present By Kulchalit