ขนคัน ( Urticating hair )
บทนำ
ขนคันเป็นหนึ่งในกลไกการป้องกันตัวที่สำคัญของทารันทูล่าบางชนิด และพวกบุ้ง ในกรณีนี้จะกล่าวถึงขนที่ปกคลุมบริเวณส่วนก้น และส่วนท้ายของทารันทูล่า ทารันทูล่าบางชนิดมักจะเตะขนออกจากส่วนท้องให้พุ่งเข้าใส่สัตว์ที่มารุกราน (เจ้าของก็ด้วย ถ้าไปกวนมันมาก ๆ) ขนพวกนี้มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถที่จะฝังเข้าไปในผิวหนังหรือลูกตาของสัตว์ได้ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง เช่นเดียวกับอาการระคายเคืองที่เกิดจากตำแย
พัฒนาการ
ขนคันพวกนี้ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่จะเริ่มพัฒนาจากการลอกคราบ จะสังเกตได้ว่าพอทารันทูล่ายิ่งโต พวกชนิดที่สลัดขนได้ ส่วนมากจะมีขนสีดำเพิ่มขึ้นบริเวณท้องและส่วนท้าย (แถว ๆ ก้น) ยิ่งลอกคราบมากเท่าไหร่ ก็จะมีขนคันเพิ่มมากขึ้น พอเริ่มโตขึ้น สีของขนคันก็จะพัฒนาเป็นสีเดียวกับสีตรงท้อง (เช่นพวกที่ตัวสีน้ำตาล ขนคันบางกลุ่มจะกลายเป็นสีน้ำตาล) ขนคันพวกนี้ ไม่ได้ขึ้นคลุมส่วนก้นทั้งหมดแล้วก็ขึ้นแยกกับขนปกติตรงท้องด้วย (ใครดูเป็นจะรู้ว่า กลุ่มขนไหนคือขนคัน กลุ่มขนไหนคือขนธรรมดา)
ชนิดของขนคัน
ขนคันมีอยู่ด้วยกันหกชนิด (เอาเฉพาะในทารันทูล่า) (M. Overton, 2002) ทั้งหกชนิดนี้ แตกต่างกันทั้งขนาดและรูปร่าง
1.ชนิดแรก (ขนาด 0.2-0.6 มิลลิเมตร)
2.ชนิดที่สอง (ขนาด 0.5-1.5 มิลลิเมตร)
3.ชนิดที่สาม (ขนาด 0.3-1.2 มิลลิเมตร)
4.ชนิดที่สี่ (ขนาด 0.06-0.2 มิลลิเมตร)
5.ชนิดที่ห้า (แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุขนาดเอาไว้)
6.ชนิดที่หก (แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุขนาดเอาไว้)
เชื่อกันว่า ขนคันแต่ละชนิดจะเอาไว้ใช้กับศัตรูแต่ละประเภทที่ต่างกัน (แต่ยังไม่มีการอ้างอิงข้อมูลที่ชัดเจน) และการจะชี้แจงว่าขนชนิดไหนเอาไว้ใช้กับศัตรูชนิดไหนนั้น ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเช่นกัน
ชนิดที่ 2 จะไม่ได้เอาไว้เตะ แต่ขนคันชนิดนี้จะใช้สำหรับพวกที่มาสัมผัสโดยตรง (คือถ้าตัวอะไรไปถูกมัน ขนคันจะทิ่มติดผิวหนัง) พวกทารันทูล่าที่มีขนคันชนิดที่ 2 ได้แก่ Avicularia, Pachistopelma และ Iridopelma (Toni Hoover, 1997)
ชนิดที่ 3 มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันตัวจากสัตว์ทุกชนิด (ทั้งที่มีกระดูกสันหลัง และไม่มีกระดูกสันหลัง)
ชนิดที่ 3 และ 4 สร้างความระคายเคืองให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากที่สุด (รวมถึงคนด้วย)

ขนคันของแต่ละสปีชีส์
ทารันทูล่าทุกสปีชีส์ไม่ได้มีขนคันครบทุกชนิดนะ
ชนิดที่ 1,2,3 และ 4 พบใน subfamilies Avicularinae และ Theraphosinae
ชนิดที่ 1 และ 3 พบใน Lasiodora และ Acanthoscurria ยกเว้น Grammostola ซึ่งจะมีขนคันชนิดที่ 3 และ 4
ชนิดที่ 3 มักจะพบใน Theraphosa, Nhandu, Megaphoboema, Sericopelma, Eupalaestrus, Proshapalopus,
Brachypelma, Cyrtopholis, Iracema และชนิดอื่น ๆ ใน Theraphosinae (Rick West, 2002)
ชนิดที่ 5 มักพบใน Ephebopus ซึ่งจะติดอยู่ที่ "ขาเล็กคู่หน้า" (ที่จริงไม่ใช่ขานะ) เนื่องจากขนชนิดนี้มีขนาดเล็ก และเบากว่าขนคันชนิดอื่น ๆ จึงทำให้ขนคันชนิดนี้กระเด็นไป
ในอากาศได้ดี (Marshal and Uetz, 1990)
ชนิดที่ 6 พบได้ใน Hemirrhagus (F. Perez-Miles, 1998).
ในบรรดาทารันทูล่าทั้งหลายนี้ พวกที่มีขนคันมากที่สุดก็คือ Lasiodora, Grammostola และ Acanthoscurria (Vellard and Buecherl;
1936,1951)
พฤติกรรมการป้องกันตัวโดยการใช้ขนคัน
เมื่อทารันทูล่าโลกใหม่ (โลกใหม่ได้แก่; อเมริกาเหนือและใต้, ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี, กรีนแลนด์) ถูกคุกคามจะหันไปหาสัตว์ที่มาคุกคาม แล้วใช้ขาหลังดีดขนคันจากส่วนท้ายให้กระเด็นใส่ศัตรู
จากการศึกษา (ไม่มีข้อมูลยืนยัน) พบว่าขนคันนั้น ไม่ใช่แค่ก่อให้เกิดการระคายเคืองทางกายภาพอย่างเดียว แต่ยังเกิดผลทางเคมีกับผิวหนังและเยื่อบุต่าง ๆ อีกด้วย (เช่นเยื่อบุในช่องปาก ใต้ลูกตา ฯลฯ)
โดยหากกลุ่มของขนคันนี้ไปถูกเยื่อบุต่าง ๆ ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็ก ๆ จะทำให้เกิดอาการแพ้หรือบวมจนถึงตายได้
การตอบสนอง และความรุนแรงของอาการแพ้นั้นกว้างมาก (หมายความว่า มีตั้งแต่ชนิดที่แทบจะไม่ทำให้คันเลย จนถึงชนิดที่เป็นอันตราย) ขึ้นอยู่กับสปีชีส์ของทารันทูล่า ยกตัวอย่างเช่น
Grammastola rosea และ Avicularia avicularia จะไม่ค่อยทำให้เกิดการระคายเคืองซักเท่าไหร่
Acanthoscurria geniculata จะแรงขึ้นมาอีกหน่อย
ส่วน Theraphosa blondi นั้น หลายคนคงจะเคยได้ยินกิตติศัพท์อยู่แล้วว่าขนคันมาก จนทำให้เป็นผื่นแดงและเจ็บปวดเช่นเดียวกับโดนเศษไฟเบอร์กลาสทิ่ม
หลังจากที่ทารันทูล่าได้เตะขนคันไปแล้ว บริเวณที่ใช้ขนคันไปก็จะโล่ง ๆ ล้าน ๆ จนกว่าจะลอกคราบใหม่
ปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ที่มีต่อขนคัน
หากถูกขนคันทิ่มผิวหนัง ร่างกายมนุษย์จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ทำให้เกิดอาการแพ้ มีผื่นขึ้นเป็นแถบแดง ๆ และคันคะเยอ ปฏิกิริยา (ผื่น, ความคัน) นี้ มีตั้งแต่เป็นชั่วโมงจนถึงหลายวัน
แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน บางคนแพ้มาก บางคนแพ้น้อย ซึ่งจะสังเกตได้จากอาการแพ้ที่แสดงออกมา(Rick West, 2002)
ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว จะไม่ค่อยมีใครไม่แพ้ขนแมงมุม
ถ้าโดนขนคัน ให้ป้ายด้วยครีมที่มี hydrocortisone 2-2.5% (สเตียรอยด์ที่ใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้แพ้)บริเวณที่ระคายเคือง ถ้าเกิดว่าขนเข้าตาให้รีบล้างน้ำ โดยการเปิด
น้ำให้ไหลผ่านตาเยอะ ๆ แล้วรีบไปพบจักษุแพทย์ อย่าเอาครีมป้ายตาเองนะ

การใช้ขนคันเพื่อแสดงอาณาเขต
ทารันทูล่าทั้งหลาย ไม่ได้ใช้ขนคันเป็นเครื่องมือในการป้องกันตัวโดยการเตะใส่เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ในการแสดงอาณาเขตของตัวเองอีกด้วย เช่นเอามากระจุกไว้ที่ใยหน้าปากทางเข้ารัง หรือ
แม้แต่เอามาใส่ไว้ในถุงไข่เพื่อป้องกันศัตรูมาคุกคามด้วย (Avicularia ทั้งหลาย และ Theraphosa blondi) จากการคาดเดา (ไม่มีข้อมูลยืนยัน) ขนที่เอามาไว้
ในถุงไข่นี้ น่าจะมีไว้เพื่อป้องกันตัวอ่อนของแมลงวันมากินไข่และตัวอ่อนของทารันทูล่า

แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาหลักจาก http://www.wikipedia.org
ข้อมูลทางการแพทย์จาก MD P.Peerapathmonkol
รูปชนิดของขนคันจาก http://tarantulas.tropica.ru
รูปนิ้วโดนขนคันทิ่มจาก http://www.afpmb.org
รูปผื่นที่เกิดจากการแพ้ขนคันจาก http://www.wikipedia.org
แปลและเรียบเรียงโดย T.L., 08/03/28
Translate - Teerawoot Laosatirawong์