แมงมุม Spiders
อาหารของแมงมุม : เช่น เพลี้ยอ่อน ไร ตัวหนอนผีเสื้อกลางคืน แมลงวัน ด้วงเต่า อื่น ๆ
ตัวห้ำ : ตัวอ่อน และ ตัวแก่
รายละเอียดและวงจรชีวิตของแมงมุม
แมงมุมไม่ใช่แมลง แมงมุมมีลักษณะสำคัญอย่างหนึ่ง คือมี 8 ขา (แมลงมี 6 ขา) ในขณะที่แมลงมีลำตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (เช่น ส่วนหัว, อก,และท้อง) แมลงมุมมีเพียงสองส่วนเท่านั้น ส่วนหน้าเรียกว่า cephalothorax และส่วนที่เป็นลำตัวประกอบไปด้วยส่วนหัวและส่วนอกเชื่อมติดต่อกัน ส่วนหลังเรียกว่าส่วนท้อง แมงมุมจะไม่มีปีก
มีแมงมุมหลายชนิดที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม โดยจำแนกตามวิธีการจับหาอาหารของเขา กลุ่มหนึ่งประกอบไปด้วยแมงมุมประเภทล่าที่จะมีการเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาอาหารของเขา แมลงมุมจะเคลื่อนที่ไปไกล ๆ และใช้เวลามากในการค้นหาอาหารสำหรับพวกเขา แมงมุมอีกกลุ่มหนึ่งจะสร้างตาข่ายเพื่อรอหาอาหารที่จะมาติดกับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมงมุมชนิดนี้มีความสำคัญกับแมลงมีปีกบิน เช่นตัวเต็มวัยของผีเสื้อกลางคืน
แมงมุมทั้งสองชนิดคือพวกทำการล่าและพวกที่สร้างตาขายเป็นกับดักเป็นแมงมุมทั่ว ๆ ไปแต่สิ่งที่สำคัญคือเป็นตัวห้ำที่อยู่ใน แปลงพืชผัก และแปลงไม้ผลและมันอยู่ในแปลงนาข้าวอีกด้วย

ความหนาแน่นของประชากรของแมงมุมขึ้นอยู่กับชนิดของแมลงที่เป็นอาหาร ถ้ามีจำนวนอาหารอยู่มาก แมงมุมเพศเมียจะวางไข่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อจำนวนแมลงศัตรูพืชมีจำนวนเพิ่มขึ้น จำนวนของแมงมุมก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน และยังมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
จำนวนไข่ของแมงมุมจะวางไข่ในจำนวนแตกต่างกันออกไปคือจาก 2-3 ฟองจนถึงจำนวนหลายร้อยฟอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของแมงมุม แมงมุมบางชนิดจะนำไข่ไปเก็บไว้ในถุงเล็ก ๆ จนกระทั่งมันฟักตัวจากไข่ออกมาเป็นตัวเล็ก ๆ (เช่นแมงมุมหมาป่า Lycosidae) เพื่อเป็นการ์ดดูแลไข่ที่วางอยู่ (ตัวอย่างเช่น Lynx spider)หรือทำการวางไข่ในรังตาข่าย หรือวางไข่ไว้บนใบไม้ และปิดไว้ด้วยใยไหมบาง ๆ แมงมุมอาจจะอาศัยอยู่นานถึง 4 เดือนทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของแมงมุม
ประสิทธิผล
แมงมุมเป็นตัวห้ำที่หิวกระหายและดุร้าย นั้นจะี่จับแมลงชนิดอื่น ๆ กินเป็นอาหาร มันขึ้นอยู่กับชนิดของแมงมุมที่จะมีอาหารจำนวนมากเท่าไรที่จะมีให้แมงมุมกินในแต่ละวัน แมงมุมบางชนิดสามารถกินอาหารยกตัวอย่างเช่นกินแมลงที่มีขนาดใหญ่จำนวน 5 ตัวต่อวัน หรือจำนวนแมลงขนาดเล็กอีกมากเท่าไรถ้ามันจะกิน แมงมุมที่สร้างใยตาข่ายปกติมันจะเป็นกับดักแมลงได้จำนวน มากเกินกว่าที่มันจะใช้กินเป็นอาหารทั้งหมด
เนื่องจากแมงมุมกินแมลงได้หลากหลายชนิด มันจึงมักปรากฏตัวอยู่ในแปลงที่มีแมลงศัตรูพืช และเมื่อเมลงศัตรูพืชหมดมันก็จะย้ายไปยังแหล่งอาหารอื่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อดีที่เมื่อแปลงไหนมีศัตรูพืชเข้าทำลายจะพบว่าได้มีแมงมุมเข้าไปอยู่ในแปลงนั้นแล้ว
การอนุรักษ์
การคลุมแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคลุมแปลงด้วยอินทรีย์วัตถุจะทำให้ปริมาณแมงมุมเพิ่มขึ้น แมงมุมสามารถซ่อนตัวอยู่ในชั้นของวัสดุคลุมแปลง และมันยังหาเหยื่ออื่นได้อีกเป็นจำนวนมาก เช่นแมลงหางดีด และแมลงขนาดเล็กอื่น ๆ ที่กินอาหารอยู่ภายในวัสดุคลุมแปลง
การกำจัดวัชพืชขนาดเล็กระหว่างไม้ผลออกบ้างมีข้อดีอยู่เหมือนกันคือ แมลงที่ปะปนอยู่ในวัชพืชจะเป็นอาหารของเหล่าแมงมุม
แมงมุมถูกฆ่าได้ง่ายโดยสารกำจัดแมลงที่ออกฤทธิ์กว้าง และสารกำจัดแมงมุม ดังนั้นพึงหลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดศัตรูพืชให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การผลิตตัวห้ำ:แมงมุม (spiders) ในจำนวนมากๆนั้นยาก เพราะการจัดเก็บไว้ในภาชนะเดียวกัน มันจะมีการกินกันเองเกิดขึ้น (cannibalism)
ข้อมูลอ้างอิง
| - |
Carson, Rachel L. (1962) Silent Spring. ISBN 0-395-68329-7 |
| - |
Colborn, T. , Dumanoski, D. and Myers, J.P. (1997). Our Stolen Future. ISBN 0-452-27414-1 |
| - |
Manual for integrated pest management in Durian. Thai-German project IPM in selected fruit crops (1996). |
| - |
Proceedings of the semi-annual workshop IPM in selected fruit trees. Thai German Plant Protection Program. Bangkok 12-14 June 1995. |
| - |
Cabbage IPM: An ecological guide (December 2000). FAO Inter-country programme for IPM in vegetables in South and Southeast Asia |
| - |
Tomato IPM: An ecological guide (December 2000). FAO Inter-country programme for IPM in vegetables in South and Southeast Asia |
| - |
Campbell, Stu. (2001). Mulch it!: a practical guide to using mulch in the garden and landscape. ISBN 1-58017-316-0 |
| - |
Stoll, Gabriele (2000). Natural Crop Protection in the Tropics. ISBN 3-8236-1317-0 |
By -
IPM Thailand
|